สิ่งที่ได้เรียนรู้จากครูนั้นมีหลายประเด็นและหลายด้านด้วยกันที่สามารถนำไปใช้ได้ในการสอนของดิฉัน
ซึ่งกำลังจะไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในอนาคต
ซึ่งโลกในยุคโลกาภิวัตน์นี้มีการเปลี่ยนแปลง
ปรับปรุงพัฒนาอยู่เสมอให้เท่าทันยุคสมัยและการเรียนรู้ของเด็กก็จะไม่หยุดพัฒนา
การสอนของครูนั้นมีทั้งสิ่งที่ดิฉันรู้สึกว่าแปลกใหม่และท้าทายน่าเสาะแสวงหาเรียนรู้
และในขณะเดียวกันก็ยังมีอยู่บ้างบางสิ่งที่อยากให้ครูปรับรูปแบบการสอนให้ดีขึ้น
พร้อมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนในการเรียนรู้และต่อยอดความคิดในการเป็นครูสอนภาษาในยุคไร้พรหมแดนในศตวรรษที่21 ส่วนสิ่งที่ดิฉันจะวิพากษ์และ ประเมินประกอบไปด้วยประเด็นต่างๆ เหล่านี้
ประการแรกคือ การสอน ประการต่อมาคือ บุคลิกภาพ และประการต่อมาคือ การพิจารณา/
การวิพากษ์การสอบสอน (Micro Teaching)
ประการแรกของการวิพากษ์และประเมิน
คือ การสอนของครู
การสอนของครูจะมีรูปแบบการสอนที่แตกต่างไปจากของครูที่ได้เรียนรู้มาบางส่วน
กล่าวคือ ครูจะเน้นให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมใช้กระบวนการคิดงานของนักศึกษาเอง
เน้นการค้นคว้าจากสื่อต่างๆ ที่มีความน่าเชื่อถือ และหนึ่งในผลที่ได้จากการไปศึกษาตามเว็บไซต์หรือสื่อที่ครูได้แนะนำมา
ที่ดิฉันคิดว่าสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนจริงๆ
และมีความน่าสนใจต่อผู้เรียนวัยต่างๆ คือ เว็บไซต์BBC Learning/ BBC
Teaching ซึ่งดิฉันได้ไปศึกษาและเห็นแผนการจัดการเรียนรู้มากมาย
และที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลย แต่ละแผนการเรียนรู้ก็จะแนบสื่อมาด้วย
ทำให้ง่ายต่อการนำมาประยุกต์ ดัดแปลงให้เหมาะสมกับผู้เรียนที่ดิฉันจะสอน นอกจากนี้ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ประเด็น
แผนการสอนให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยง ความรู้ คูคุณธรรม
ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนของนักศึกษาในภายภาคหน้าอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ดิฉันอยากแนะนำอาจารย์ในการมอบหมายงานคือ
การมีตัวอย่าง ในงานชิ้นนั้นๆ ให้นักศึกษาดูเป็นแนวทางก่อนดำเนินการทำงาน
แต่ดิฉันเข้าใจความปรารถนาดีของอาจารย์ที่จะให้นักศึกษาคิดนอกกรอบ
ไปดูตัวอย่างจากอินเตอร์เน็ตและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
แต่บางแหล่งก็อาจจะได้ข้อมูลไม่ตรงกับความต้องการของอาจารย์สักเท่าไรนัก
ฉะนั้นแล้วดิฉันจึงคิดว่าการให้ตัวอย่างของชิ้นงานก็มีความสำคัญของการสอนอีกประการหนึ่ง
อย่างไรก็แล้วแต่การเป็นครูนั้นก็ไม่ใช่เพียงว่าสอนดีแล้วเป็นพอ
หากแต่ต้องประกอบด้วยสิ่งสำคัญอื่นๆด้วย อย่างที่ดิฉันจะกล่าวในประเด็นถัดไป
นอกจากเนื้อหา
สาระวิชาการที่ครูได้แนะแนวทางให้แล้ว
ประการที่สองบุคลิกภาพของคนเป็นครูก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่คนเป็นครูต้องมี ดิฉันคิดว่าครูเป็นคนที่มีบุคลิกภาพดี
ทำตัวเหมาะสม แต่งกายเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ มีความตรงต่อเวลาอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการเรียนการสอนของครู
อีกทั้งหากครูทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี
มีบุคลิกภาพที่ดีแล้วยังจะส่งผลให้ศิษย์มีความเชื่อมั่น
ความศรัทธาในตัวครูและรวมทั้งรายวิชาที่เรียนอยู่เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็แล้วแต่
หากครูมีบุคลิกภาพและพฤติกรรมที่แย่แล้วมาสอนนักศึกษาที่จะไปครูในอนาคต
ดิฉันคิดว่าจะบั่นทอนความเชื่อถือต่อตัวครูท่านนั้นและบั่นทอนต่อรายวิชาที่คุณครูที่มีพฤติกรรมแย่สอนด้วย
เช่น จากประสบการณ์ที่ดิฉันได้พบเจอมีการนำอาหารมารับประทานในคาบเรียนเป็นประจำในขณะที่นักศึกษากำลังนำเสนองาน
ทำข้อสอบ และอื่นๆ อีกมากมาย
แต่สำหรับครูแล้วดิฉันคิดว่ามีพฤติกรรมและบุคลิกภาพที่ต่างกันอย่างมาก
อาจารย์ค่อนข้างเคร่งครัด จนบางครั้งทำให้บรรยากาศในชั้นเรียนดูตึงเครียดเกินไป
ด้วยอาจจะเป็นเพราะบุคลิกลักษณะหรือสีหน้าส่วนตัวหรืออย่างไรก็แล้วแต่
ดิฉันอยากให้อาจารย์ดูผ่อนคลายลงบ้างค่ะหากสามารถปรับได้ และประเด็นต่อมาเป็นประเด็นสุดท้าย
ถือว่าเป็นประเด็นที่ได้ความรู้นำมาใช้ปรับสอนได้อย่างดีเลยทีเดียว นั่นก็คือประเด็นสุดท้าย
การสอบสอน (Micro Teaching)
การสอบสอนของอาจารย์ค่อนข้างละเอียด
และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของนักเรียนในหลายๆ ด้านด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็นการออกเสียง ขั้นตอนกระบวนการสอนศัพท์
หรือขั้นตอนการสอนโครงสร้างทางไวยากรณ์ รวมทั้งการแนะนำนำสื่อการสอนต่างๆ
หลากหลายมาใช้ใน แต่อย่างไรก็แล้วแต่
ในหลายๆ โรงเรียนนั้นยังขาดแคลนซึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์ เครื่องฉาย
ห้องแล็บทางภาษา จึงเป็นไปได้ยากอย่างยิ่งที่จะนำสื่อที่ทันสมัย
น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนบางอย่างมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนจริงๆ ทั้งการสอนแบบซ้ำๆ
ตามรูปการสอนAudio-lingual อีกด้วย
ซึ้งใช้เป็นแนวคิดในการสอนศัพท์ให้แกนักเรียนได้ดีเลยทีเดียว
อีกทั้งรูปแบบการวัดประเมิน รูบริคแบบต่างๆ
ดิฉันก็เพิ่งได้หัดนำมาใช้ออกแบบการวัดให้เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนการสอนในวิชานี้
ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการวัดผลการเรียนรู้ของนักเรียน
แต่อย่างไรก็แล้วแต่
อยากให้อาจารย์นำรูปแบบรูบริคบางอย่างมาแสดงให้ทุกคนได้เห็นกันหน้าชั้นเรียนว่ารูปแบบรูบริคของเพื่อนคนนั้นๆ
มีข้อดีอย่างไร เช่น รูบริคเชิงการวัดพัฒนา อาจารย์บอกว่าดีมาก
แต่อาจารย์ก็ไม่ได้นำมาแสดงเป็นตัวอย่างให้นักศึกษาทั้งชั้นได้เห็นพร้อมกัน
จึงอยากให้ปรับแก้ไขในกรณีอย่างนี้ด้วยจะดีมากค่ะ เพราะคนอื่นๆ
ก็จะได้ทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน
สรุปจากการที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์มา
ทำให้ดิฉันได้ความรู้ทั้งในด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ การทำงานอย่างเป็นระบบกระบวนการ
การตรงต่อเวลา และการบริหารจัดการสื่อการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเนื้อหา
กิจกรรมและระดับของผู้เรียนอย่างเหมาะสมและน่าสนใจ
ดิฉันได้ทดลองปฏิบัติจากการนำแนวคิด Communicative Language
Approach (CLT) มาใช้ในการจัดการเรียนรู้
โดยใช้หลักการสอนแบบTask-based คือการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยการให้นักเรียนลงมือทำ
จากการจัดการเรียนรู้ หรือสื่อต่างๆ ที่ครูได้แนะนำมาให้
ซึ่งครูก็ได้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการสอน หรือที่เรียกว่า Facilitator
เท่านั้น นักเรียนคือผู้ลงมือปฏิบัติ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Active
Learner นั่นเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น