วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ประเมินการสอนของครู


                สิ่งที่ได้เรียนรู้จากครูนั้นมีหลายประเด็นและหลายด้านด้วยกันที่สามารถนำไปใช้ได้ในการสอนของดิฉัน ซึ่งกำลังจะไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในอนาคต ซึ่งโลกในยุคโลกาภิวัตน์นี้มีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงพัฒนาอยู่เสมอให้เท่าทันยุคสมัยและการเรียนรู้ของเด็กก็จะไม่หยุดพัฒนา  การสอนของครูนั้นมีทั้งสิ่งที่ดิฉันรู้สึกว่าแปลกใหม่และท้าทายน่าเสาะแสวงหาเรียนรู้ และในขณะเดียวกันก็ยังมีอยู่บ้างบางสิ่งที่อยากให้ครูปรับรูปแบบการสอนให้ดีขึ้น พร้อมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนในการเรียนรู้และต่อยอดความคิดในการเป็นครูสอนภาษาในยุคไร้พรหมแดนในศตวรรษที่21 ส่วนสิ่งที่ดิฉันจะวิพากษ์และ ประเมินประกอบไปด้วยประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ประการแรกคือ การสอน ประการต่อมาคือ บุคลิกภาพ และประการต่อมาคือ การพิจารณา/ การวิพากษ์การสอบสอน (Micro Teaching)     
                ประการแรกของการวิพากษ์และประเมิน คือ การสอนของครู การสอนของครูจะมีรูปแบบการสอนที่แตกต่างไปจากของครูที่ได้เรียนรู้มาบางส่วน กล่าวคือ ครูจะเน้นให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมใช้กระบวนการคิดงานของนักศึกษาเอง เน้นการค้นคว้าจากสื่อต่างๆ ที่มีความน่าเชื่อถือ และหนึ่งในผลที่ได้จากการไปศึกษาตามเว็บไซต์หรือสื่อที่ครูได้แนะนำมา ที่ดิฉันคิดว่าสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนจริงๆ และมีความน่าสนใจต่อผู้เรียนวัยต่างๆ คือ เว็บไซต์BBC Learning/ BBC Teaching ซึ่งดิฉันได้ไปศึกษาและเห็นแผนการจัดการเรียนรู้มากมาย และที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลย แต่ละแผนการเรียนรู้ก็จะแนบสื่อมาด้วย ทำให้ง่ายต่อการนำมาประยุกต์ ดัดแปลงให้เหมาะสมกับผู้เรียนที่ดิฉันจะสอน  นอกจากนี้ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ประเด็น แผนการสอนให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยง ความรู้ คูคุณธรรม ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนของนักศึกษาในภายภาคหน้าอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ดิฉันอยากแนะนำอาจารย์ในการมอบหมายงานคือ การมีตัวอย่าง ในงานชิ้นนั้นๆ ให้นักศึกษาดูเป็นแนวทางก่อนดำเนินการทำงาน  แต่ดิฉันเข้าใจความปรารถนาดีของอาจารย์ที่จะให้นักศึกษาคิดนอกกรอบ ไปดูตัวอย่างจากอินเตอร์เน็ตและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ แต่บางแหล่งก็อาจจะได้ข้อมูลไม่ตรงกับความต้องการของอาจารย์สักเท่าไรนัก ฉะนั้นแล้วดิฉันจึงคิดว่าการให้ตัวอย่างของชิ้นงานก็มีความสำคัญของการสอนอีกประการหนึ่ง   อย่างไรก็แล้วแต่การเป็นครูนั้นก็ไม่ใช่เพียงว่าสอนดีแล้วเป็นพอ หากแต่ต้องประกอบด้วยสิ่งสำคัญอื่นๆด้วย อย่างที่ดิฉันจะกล่าวในประเด็นถัดไป  
                  นอกจากเนื้อหา สาระวิชาการที่ครูได้แนะแนวทางให้แล้ว ประการที่สองบุคลิกภาพของคนเป็นครูก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่คนเป็นครูต้องมี   ดิฉันคิดว่าครูเป็นคนที่มีบุคลิกภาพดี ทำตัวเหมาะสม แต่งกายเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ มีความตรงต่อเวลาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการเรียนการสอนของครู อีกทั้งหากครูทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี มีบุคลิกภาพที่ดีแล้วยังจะส่งผลให้ศิษย์มีความเชื่อมั่น ความศรัทธาในตัวครูและรวมทั้งรายวิชาที่เรียนอยู่เป็นอย่างมาก  แต่อย่างไรก็แล้วแต่ หากครูมีบุคลิกภาพและพฤติกรรมที่แย่แล้วมาสอนนักศึกษาที่จะไปครูในอนาคต ดิฉันคิดว่าจะบั่นทอนความเชื่อถือต่อตัวครูท่านนั้นและบั่นทอนต่อรายวิชาที่คุณครูที่มีพฤติกรรมแย่สอนด้วย เช่น จากประสบการณ์ที่ดิฉันได้พบเจอมีการนำอาหารมารับประทานในคาบเรียนเป็นประจำในขณะที่นักศึกษากำลังนำเสนองาน ทำข้อสอบ และอื่นๆ อีกมากมาย  แต่สำหรับครูแล้วดิฉันคิดว่ามีพฤติกรรมและบุคลิกภาพที่ต่างกันอย่างมาก อาจารย์ค่อนข้างเคร่งครัด จนบางครั้งทำให้บรรยากาศในชั้นเรียนดูตึงเครียดเกินไป ด้วยอาจจะเป็นเพราะบุคลิกลักษณะหรือสีหน้าส่วนตัวหรืออย่างไรก็แล้วแต่ ดิฉันอยากให้อาจารย์ดูผ่อนคลายลงบ้างค่ะหากสามารถปรับได้  และประเด็นต่อมาเป็นประเด็นสุดท้าย ถือว่าเป็นประเด็นที่ได้ความรู้นำมาใช้ปรับสอนได้อย่างดีเลยทีเดียว นั่นก็คือประเด็นสุดท้าย การสอบสอน (Micro Teaching)
                การสอบสอนของอาจารย์ค่อนข้างละเอียด และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของนักเรียนในหลายๆ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกเสียง ขั้นตอนกระบวนการสอนศัพท์ หรือขั้นตอนการสอนโครงสร้างทางไวยากรณ์ รวมทั้งการแนะนำนำสื่อการสอนต่างๆ หลากหลายมาใช้ใน  แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ในหลายๆ โรงเรียนนั้นยังขาดแคลนซึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์ เครื่องฉาย ห้องแล็บทางภาษา จึงเป็นไปได้ยากอย่างยิ่งที่จะนำสื่อที่ทันสมัย น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนบางอย่างมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนจริงๆ ทั้งการสอนแบบซ้ำๆ ตามรูปการสอนAudio-lingual อีกด้วย ซึ้งใช้เป็นแนวคิดในการสอนศัพท์ให้แกนักเรียนได้ดีเลยทีเดียว อีกทั้งรูปแบบการวัดประเมิน รูบริคแบบต่างๆ ดิฉันก็เพิ่งได้หัดนำมาใช้ออกแบบการวัดให้เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนการสอนในวิชานี้ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการวัดผลการเรียนรู้ของนักเรียน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ อยากให้อาจารย์นำรูปแบบรูบริคบางอย่างมาแสดงให้ทุกคนได้เห็นกันหน้าชั้นเรียนว่ารูปแบบรูบริคของเพื่อนคนนั้นๆ มีข้อดีอย่างไร เช่น รูบริคเชิงการวัดพัฒนา อาจารย์บอกว่าดีมาก แต่อาจารย์ก็ไม่ได้นำมาแสดงเป็นตัวอย่างให้นักศึกษาทั้งชั้นได้เห็นพร้อมกัน จึงอยากให้ปรับแก้ไขในกรณีอย่างนี้ด้วยจะดีมากค่ะ เพราะคนอื่นๆ ก็จะได้ทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน

                สรุปจากการที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์มา ทำให้ดิฉันได้ความรู้ทั้งในด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ การทำงานอย่างเป็นระบบกระบวนการ การตรงต่อเวลา และการบริหารจัดการสื่อการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเนื้อหา กิจกรรมและระดับของผู้เรียนอย่างเหมาะสมและน่าสนใจ ดิฉันได้ทดลองปฏิบัติจากการนำแนวคิด Communicative Language Approach (CLT) มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้หลักการสอนแบบTask-based คือการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยการให้นักเรียนลงมือทำ จากการจัดการเรียนรู้ หรือสื่อต่างๆ ที่ครูได้แนะนำมาให้ ซึ่งครูก็ได้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการสอน หรือที่เรียกว่า Facilitator เท่านั้น นักเรียนคือผู้ลงมือปฏิบัติ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Active Learner นั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น